การรักษาดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต(กลไกการรักษาดุลภาพ)

-กลไกการรักษาดุลยภาพคือการรักษาภาวะภายในร่างกายให้สมดุล โดยอาศัยการทำงานที่สอดประสานกันระหว่างระบบอวัยวะต่างๆเช่น ระบบหายใจ,ระบบประสาทเป็นต้น
-การรักษาดุลยภาพของน้ำในพืช คือ การควบคุมสมดุลระหว่างการคายน้ำผ่านปากใบและการดูดน้ำที่ราก เช่น เมื่ออัตราการคายน้ำเร็วกว่าการดูดน้ำของพืช ปากใบจะแคบหรือปิดลงเพื่อรักษาดุลยภาพของน้ำไว้
-อวัยวะสำคัญในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆในร่างกายคือไต
     -ไตนอกจากจะทำหน้าที่ขับถ่ายของเสียแล้วยังทำหน้าที่ในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายด้วย
     -ภายในเนื้อไตแต่ละข้างประกอบด้วยหน่วยย่อยๆคือ หน่วยไตซึ่งมีจำนวนประมาณ1ล้านหน่วย
     -หน่วยไต ทำหน้าที่ขับสารที่มีส่วนประกอบของไฮโดรเจนไอออน[H+]และแอมโมเนียไอออนออกจากเลือด
     -กลุ่มของหลอดเลือดฝอยที่ไหลสู่ไตชื่อว่า โกลเมอรูลัส
     -สารที่ท่อหน่วยไตดูดกลับ ได้แก่ น้ำ โปรตีน กลุโคส กรดอะมิโน จะลำเลียงผ่านท่อหน่วยไตกลับสู่หลอดเลือดฝอยโดยการ แพร่ ออสโมซิส และการใช้พลังงาน
-ไฮโพทาลามัส ทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย การนอนหลับ การเต้นของหัวใจ ความดันเลือด ความหิว อิ่ม การดูดน้ำกลับของร่างกาย และการควบคุมความรู้สึกต่างๆ
      ADH คือฮอร์โมนยที่หลั่งจากต่อมใต้สมองส่วนท้าย ทำหน้าที่กระตุ้นท่อหน่วยไตให้ดูดน้ำกลับเข้าสู่หลอดเลือด
     -การรักษาดุลยภาพของของกรดเบสในร่างกาย ทำได้โดยการรักษาดุลยภาพของไฮโดรเจนไอออนในเลือดซึ่งเกิดจากกระบวนการเมแทบอริซึม
     -หากร่างกายมีระดับเมแทบอริซึมสูงจะส่งผลให้ระดับไฮโดรเจนออกไซด์ในเลือดสูงขึ้นด้วย
     -สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว(สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ)จำพวกอะมีบาหรือพวกพารามีเซียมจะมีโครงสร้างภายในคือคอนแทร็กไทล์แวคิวโอล ที่จะทำหน้าที่ในการขับน้ำและของเสียออกจากเซลล์ เพื่อรักษาสภาวะสมดุลและป้องกันเซลล์แตก
     -ปลาน้ำจืดมีปริมาณความเข้มข้นของของเหลวในร่างกายมากกว่าในน้ำๆจึงไหลเข้าสู่เซลล์โดยวิธีการออสโมซิสเข้ามาทางเหงือก ปลาน้ำจืดจึงปัสสาวะบ่อยและเจอจาง
     -ปลาทะเลจะมีแรงดันออสโมติกของๆเหลวในร่างกายต่ำกว่าน้ำทะเลภายนอกที่เหงื่อกจะมีเซลล์ที่จะคอยขับแร่ธาตุส่วนเกินออกโดยวิธีลำเลียงแบบใช้พลังงาน
     -สัตว์ทะเลอื่นๆจะมีอวัยวะพิเศษที่จะขับเกลือส่วนเกินออกมาในรูปของน้ำเกลือเข้มข้น เช่นนกทะเลมีต่อมนาซัลและรูจมูกสำหรับขับเกลือส่วนเกินออกมาในรูปของน้ำเกลือเข้มข้น
     ***การที่นกมีความเร็วมากกว่าคนนั้นเป็นเพราะว่านกมีเมแทบอริซึมสูงกว่าคน***
-การทำงานของเอนไซม์ในร่างกายจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและภาวะการเป็นกรด-เบส
-กลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกาย
 

สิ่งแวดล้อม

อุณหภูมิสูง

อุณหภูมิต่ำ

อุณหภูมิของเลือดในร่างกาย

 

การทำงานของไฮโพทาลามัส

 

อัตราเมแทบอริซึม

 

การปรับตัวของหลอดเลือดและต่อมเหงื่อ

 

 

 

 

 

ผลลัพธ์ที่ได้

–สูง

 

–ส่งกระแสประสาทไปกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆ

–อัตราของเมแทบอริซึมลงลง

 

–หลอดเลือดขยายตัว ต่อมเหงื่อสร้างเหงื่อ การระเหยและการแผ่รังสีเพิ่มขึ้น ขนเอนราบเพื่อให้อากาศถ่ายเทบริเวณผิวหนังได้มากขึ้นเพื่อระบายความร้อน

–อุณหภูมิของเลือดลดลงจนกลับสู่ภาวะปกติ

–ต่ำ

 

–ส่งกระแสประสาทไปกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆ

–อัตราของเมแทบอริซึมเพิ่มขึ้น

 

–หลอดเลือดหดตัว ต่อมเหงื่อหยุดสร้างเหงื่อ การระเหยและการแผ่รังสีลดลง ขนลุกชันเพื่อปิดกั้นไม่ให้อากาศถ่ายเทบริเวณผิวหนังเพื่อรักษาความร้อน

–อุณหภูมิของเลือดเพิ่มขึ้นจากลับสู่สภาวะปกติ

-ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายประกอบด้วย
     -หน่วยรับรู้อุณหภูมิ=ทำหน้าที่รับรู้การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแล้วส่งไปยังไฮโพทาลามัส
     -ไฮโพทาลามัส=ทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิโดยจะออกคำสั่งไปยังอวัยวะต่างๆ
     -อวัยวะทำงาน=ประกอบด้วย กล้ามเนื้อยึดกระดูก เซลล์ไขมัน ต่อมเหงื่อ หลอดเลือด จะทำงานเพิ่อเพิ่มหรือลดอุณหภูมิในร่างกาย

*ข้อควรรู้*
-สัตว์เลือดอุ่นคือสัตว์ที่สามารกรักษาอุณหภูมิของร่างกายไว้ใด้เกือบจะคงที่อยู่ตลอดเวลา
-สัตว์เลือดเย็นคือสัตว์ที่อุณหภูมิของร่างกายจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมรอบๆ

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: